Ontheroadoflife

 
ไม่ได้อัพอะไรเกี่ยวกับรถยนต์เสียนานเลยทีเดียว
 
แน่นอนครับ ถ้าคุณถามผมว่า "ผมมีรถอะไรในดวงใจ" นั้น.... ผมมีอยู่คำตอบเดียวเสมอครับ
 
 
 
 
"mini"
 
 
 
 
(เหตุที่ผมไม่ใช้ m ใหญ่ เพราะผมหมายถึงรุ่นเก่าครับ มินิรุ่นใหม่ ใช้ m ตัวใหญ่เสมอ)
 
 
 
 
 
ผมมันไม่ใช่ลูกคนรวยอะไรนัก และมันก็จริงอยู่ที่ภาพลักษณ์ของคนขับรถมินิ จะต้องเป็นพวกคนมีเงิน
 
แต่ผมจะบอกอะไรให้พวกคุณเอาบุญครับ... ตั้งแต่ผมเกิด ผมก็ได้นั่งรถมินิแล้ว กว่า 20 ปีก่อน ตอนที่แม่พาไปฝากครรภ์ผม พ่อผมก็ให้แม่นั่งในรถมินิคันสีแดงตัวเก่งเนี่ยล่ะ อุ้มครรภ์ไปจากบ้าน ถึงโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ ตั้งแต่เด็ก พ่อพาไปส่งที่โรงเรียนครั้งแรก ก็เจ้ามินิคันสีแดงนี่ล่ะ โตขึ้นมาหน่อย ผมก็ได้ซนตามประสาเด็ก ๆ กระโดดขึ้นบนรถ แล้วทำเสียงบรืน ๆ แล้วโยกพวงมาลัยตาม ก็ซนมันอยู่บนรถมินิคันสีแดงเนี่ยล่ะ
 
(แต่น่าเสียดาย ปัจจุบันรถคันนั้นเปลี่ยนมือไปกี่มือแล้วก็ไม่รู้ เจ็บปวดไม่หาย)
 
 
พ่อผมเป็นช่างเครื่องครับ จริงๆแล้วพ่อก็เก่งเรื่องตัวถังรถและทำสีควบคู่กันไป ทำงานอู่ของตัวเองไปเรื่อยๆ แล้วเกิดไปชอบรถคันเล็ก ๆ จากอังกฤษ ก็แหงล่ะครับ พ่อผมมันออกแนว "อังกฤษฟีเว่อร์" พอสมควร ยิ่งรู้ว่าเป็นรถอังกฤษนี่ พ่อแกวิ่งปรี่เข้าไปหาเลย (ดังที่เล่าให้ฟังคราวก่อน ที่พ่อผมขี่มอไซค์ของไทรอัม ยี่ห้อนั้นก็ของอังกฤษ)
 
แล้วพอมาเห็นเจ้ารถมินิ ตอนนั้นถูกจดทะเบียนใช้งานในไทย ในชื่อยี่ห้อ "ออสติน" แม้ว่าจะมีป้ายของ "มอรริส" ก็ตามที ด้วยความน่ารักของมัน ทำให้พ่อผมสนใจ แต่ที่ทำให้พ่อผมอยากได้นั้น ไม่ใช่เพราะว่าความน่ารัก แต่มันเป็นรถแรงพันธุ์จี๊ด ที่เคยไปชนะการแข่งขันระดับโลกมาแล้ว อย่าง "มอนติ คาร์โล"
 
และแน่ล่ะครับ เมื่อพ่อผมมีโอกาส ก็หาทางติดต่อคนที่เป็นลูกค้าของอู่พ่อผมเนี่ยล่ะครับ เผื่อฟลุ้คไปเจอคนที่หิ้วรถพวกนี้มาแล้วแจ้งจดใช้งานในไทย (อย่าลืมนะครับ สมัยก่อนรถมินิไม่ได้ขายอย่างเป็นทางการในไทย ต้องหิ้วกันมาจดทะเบียนกันลูกเดียว)
 
ทีนี้พอพ่อผมรอที่จะได้รถมินิมา ก็จับๆแต่งๆกับรถลูกค้าไปก่อน คลุกคลีกับความเรียบง่าย แต่ใช้งานได้จริงของเจ้ารถคันนี้ มันไม่ใช่รถที่ถูกผลิตเอาไว้แค่ขับมันไปส่งถึงที่หมายเท่านั้น แต่มันคือเพื่อนร่วมทางของคนจริงๆ อันนี้ผมประสบกับตัวมาแล้ว ตอนยืมรถมินิของเพื่อนมาขับให้หายเหงา
 
มันถูกผลิตไม่ซับซ้อน แต่มันไม่เหมือนรถชาวบ้านตรงที่ว่า มันมีเอกลักษณ์ของมัน แล้วก็ใช้งานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่หวือหวา เรียบๆ แต่โดนใจทุกคน และที่สำคัญ มันไม่เหมือนใคร!
 
รถสมัยก่อนจะเป็นเครื่องยนต์ในลักษณะวางแนวตรงกับลำตัวรถ แล้วเป็นขับเคลื่อนล้อหลังทั่วๆไป แต่ข้อเสียก็คือ ต้องกินพื้นที่ด้านหน้ารถ และห้องโดยสารไปพอสมควร ทำให้รถต้องมีลำตัวที่ยาว แต่สำหรับรถมินินั้น คิดตรงข้าม คนออกแบบเขาเอาเครื่องยนต์มาวางแนวตัดขวางกับลำตัวรถ แล้วใช้ล้อหน้าขับเคลื่อนแทน เป็นต้นแบบของพวกรถขับเคลื่อนล้อหน้าที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้ ทำให้ประหยัดพื้นที่ตัวรถได้มากขึ้น ลำตัวรถเลยสั้นลงกว่าปกติ
 
 
 
แต่คุณอย่าลืมว่า... เขาคิดออกกัน แล้วสร้างกันมาจริง ในเมื่อ 50 ปีที่แล้วนะ
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------
 
เอาล่ะ ไม่ให้เสียเวลา เดี๋ยวผมจะเล่าความเป็นมาของรถมินิในภายหลัง เนื่องจากรูปเยอะ แถมเนื้อหาก็เยอะ กลัวคนอ่านจะตาลายกัน แล้วเดี๋ยวพาลจะเบื่อเสียก่อน
 
วันนี้ผมต้องการที่จะเผยแพร่ภาพงานฉลองวันเกิดรถมินิครบรอบ 50 ปี ที่จัดเมื่อวันเสาร์ก่อนครับ จัดที่ไบเทค บางนา กล้องที่ผมใช้ เป็นกล้องของพี่ชาย Canon ซึ่งผมไม่ถนัดเท่าไหร่นัก ก็เลยโยนลงโฟโตช็อปจัดการแสงนิดหน่อย แต่ที่สำคัญ หากอยากได้รูปจริงๆ เพื่อเผยแพร่ กรุณาติดต่อผมครับ ย้ำว่าขอแค่เพียงคุณติดต่อว่าจะเอาไปทำอะไร ผมก็ยินดีให้ครับ ตามอณุสัญญาครีเอทีฟ คอมมอนส์
 
 
 
ภาพชุดแรกนี้ ผมจะเน้นหลักไปที่มินิรุ่นเก๋าก่อนล่ะกันครับ แฟน ๆ รถมินิรุ่นใหม่อย่าพึ่งน้อยใจ ผมก็ถ่ายไว้เช่นกันครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนอีกสองรูปสุดท้ายของชุดนี้ ผมถ่ายจากภายในครับ แต่เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อย รถคันในรูปข้างล่างต่อไปนี้ เลยไม่ได้อวดโฉมให้กับแฟน ๆ ในงานช่วงเวลาเย็นครับ
 
แต่เนื่องจากเขาผิดไฟ บรรยากาศเป็นลักษณะอยู่ในผับ แล้วผมไม่มีแฟลชส่องสว่าง อาศัยแต่แฟลชติดกล้องที่มีอยู่เท่านั้น มันเลยมืดไปนิด แต่ก็ได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่งครับ
 
 
 
 
แต่ว่าในตอนนั้นที่เข้าไปถ่าย ผมมีความรู้สึกว่า รถคันนี้ทำไมผมรู้สึกคุ้นมากๆ หรือผมคิดไปเอง?
 

 

 
 เห็นผู้ชายคนที่ยืนอยู่ข้างหลังไหมครับ? คนที่หัวล้านนิดหน่อย คนนั้นเขาชื่อ Rauno Altonen (เราโน อัลโตเนน) เป็นอดีตนักแข่งรถชื่อดัง ผู้เอารถมินิคว้าชัยในการแข่งขันแรลลี มอนติ คาร์โล เมื่อปี 1967 กับรถเบอร์ 177 ทะเบียนรถ "LBL 6D" นี่ล่ะครับ ใครที่เคยประกอบโมเดลรถ แล้วเคยเห็นโมเดลรถมินิตัวแข่งสีแดงของทามิย่า นั่นล่ะครับ รถของปู่รัลโนเขา
 
 
 
 
เอาล่ะ ชุดแรกหมดเท่านี้ เป็นการยั่วน้ำลาย ชุดสองจะมีรูปเยอะขึ้นอีกนิดหนึ่ง เพราะเป็นภาพบรรยากาศในงานครับ